10/12/2022

การประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20

 

 

โดย………ดร.ธารากร วุฒิสถิรกูล

รองผู้อำนวยการ ศูนย์วิจัยหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางไทย-จีน

 

การประชุมสมัชชาใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่จัดขึ้นทุก 5 ปี จะเริ่มในวันที่ 16 ตุลาคมนี้ ทำให้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง วัย 69 ปีใกล้กุมอำนาจต่อสมัยที่ 3 ถือเป็นการท้าทายธรรมเนียมดั้งเดิมที่บัญญัติให้ประธานาธิบดีแต่ละคนรั้งตำแหน่งผู้นำแดนมังกรได้อีกสมัย รวม 15 ปี หรือมากกว่าที่ได้แก้ไขตามรัฐธรรมณุจีนเมื่อครั้งประชุมผ่านมา

ทางการจีนได้กำหนดวันเปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 หลังจากการประชุมกรมการเมืองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมา ขณะที่การประชุมเต็มคณะครั้งที่ 7 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมสมัชชาใหญ่ฯ

พรรคคอมมิวนิสต์จีน” จะดำเนินการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับสภาพการณ์ระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงทบทวนผลงานตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเดินหน้าผลักดันนโยบายสร้างความรุ่งเรืองโดยเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นนโยบายที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิงขับเคลื่อนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งในประเทศ โดยความคิดริเริ่มดังกล่าวที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในแวดวงการศึกษาและเทคโนโลยี และสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนบางส่วน

การรวมชาติไต้หวันและการขจัดความยากจนนำพาประชาชนจีนเข้าสู่สังคมพูนสุข และการต่อสู้กับสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 จนทำให้สังคมจีนคืนสู่สภาพปกติได้ภายในระยะเวลาอันสั้นนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจีนอย่างเป็นรูปธรรม หลายคนอยากทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงของความสำเร็จนั้นคืออะไร หนังสือเรื่อง “สี จิ้น ผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ เล่มที่ 4” ก็ได้ตีพิมพ์ออกมาแล้ว   และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มาช่วยถอดรหัสแนวคิด ยุทธศาสตร์และแผนการพัฒนาของประเทศจีน

 

สี จิ้น ผิง

 

ยุทธศาสตร์การพัฒนาบริหารประเทศนั้น เกี่ยวข้องกับหลักคิดเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศจีน ซึ่งได้อธิบายถึงแนวความคิดในการพัฒนาประเทศชาติและเจตนารมณ์ของชาวจีนที่มีต่อการพัฒนาประเทศ  โดยได้อธิบายถึงเป้าหมายของการพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะมีความต้องการเป็นพิเศษในการอธิบายให้ทั่วโลกได้เข้าใจว่า อะไรคือ “สังคมนิยมที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของประเทศจีน” อะไรคือ “ความฝันของประเทศจีน” และอะไรคือ “สังคมพูนสุขของจีน

ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ  ซึ่งได้ตีพิมพ์สู่สาธารณชนแล้วนั้น ยังเป็นการเปิดช่องทางที่สำคัญในการช่วยให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงและเข้าใจประเทศจีน ด้วยมุมมองในสายตาของผู้นำสูงสุดของประเทศจีน อันจะเกิดความเข้าใจในประเด็นหลักคิดการพัฒนาประเทศชาติและประสบการณ์ในการบริหารการปกครองของประเทศจีน รวมถึงกระบวนการของการพัฒนาประเทศและผลสำเร็จที่เกิดขึ้น อันช่วยส่งเสริมให้เกิดความเชื่อมโยงสอดประสานทั้ง 5 ด้านระหว่างสองประเทศอย่างแน่นแฟ้น นำไปสู่การร่วมมือกันในเชิงหยั่งลึกในอีกระดับขั้น ซึ่งรวมถึงประเด็นการขจัดความยากจนและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ฯลฯ

ขณะเดียวกัน หนังสือเรื่อง “สี จิ้น ผิง ยุทธศาสตร์การบริหารประเทศ เล่มที่ 4” นี้ยังได้สะท้อนให้ทั่วโลกได้มองเห็นถึงเจตนารมณ์ของประชาชนชาวจีนที่มุ่งสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตอันดีงาม  ความเพียรพยายามเพื่อสร้างสรรค์สังคมที่มีความสงบสุข มีเสถียรภาพและมั่งคั่งแข็งแกร่ง  จึงเชื่อมั่นว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจระหว่างไทย-จีนในทุกภาคส่วนทุกวงการและทุกมิติ เพื่อสร้างคุณูปการในการสร้างสรรค์ประชาคมร่วมชะตากรรมแห่งมวลมนุษยชาติสู่ความสำเร็จ

ในขณะเดียวกัน ประเทศจีนได้ประกาศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (ปี ค.ศ. 2021-2025) ซึ่งได้กำหนดทิศทางการพัฒนาของประเทศจีนใน 5 ปี โดยตั้งเป้าหมายในการขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน มากด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ  แผนพัฒนาฯ ระยะ 5 ปีฉบับที่ 14 นี้ก็ได้ประสบความสำเร็จ  และยังช่วยส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ตามแนวทางความริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (BRI) ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อมโยงซึ่งกันและกันทั้ง 5 ด้าน อันประกอบด้วยการเชื่อมโยงด้านนโยบายภาครัฐ  เชื่อมสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐาน  เชื่อมโยงการค้า  เชื่อมโยงภาคการเงินและเชื่อมใจประชาชน อันเป็นการส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีนสามารถพัฒนาไปสู่ลักษณะที่เกื้อกูลผลประโยชน์และร่วมสร้างร่วมแบ่งปันซึ่งกันและกัน

 

 

แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีประเด็นสำคัญอะไรบ้างและประเทศไทยมีโอกาสอย่างไรบ้างที่จะร่วมมือกับประเทศจีนในข้างหน้า  ขอพูดถึงประเด็นสำคัญก่อน ซึ่งต้องชี้แจงก่อนว่าแผนพัฒนาร่วมการทุกมิติ เป็นข้อเสนอของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและระดมสรรพกำลังทั้งพรรค ประชาชนทั้งชาติและการร่วมชาติเพื่อเอาชนะความเสี่ยงทั้งมวลและเผชิญความท้าทายทั้งสิ้นที่จะเกิดขึ้น อันเป็นเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างยุทธศาสตร์กับยุทธวิธีไทย-จีนนั้น มีทั้งยุทธศาสตร์ระดับชาติ ระดับมณฑลและระดับเมือง ด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมือนกับเส้นทางเข้าเมือง สามารถเดินทางเข้าเมืองหนึ่งได้จากหลายทิศทาง ดังนั้นหนึ่งเป้าหมายจึงมีหลายวิธีการและหลากหลายเครื่องมือ จึงมีความจำเป็นต้องสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น เพื่อสันติภาพของภูมิภาคนี้

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *