21/05/2022

จีน-รัสเซีย รวมกันเราอยู่

 

 

โดย  ชัยวัฒน์ วนิชวัฒนะ

โอลิมปิกฤดูหนาว 2022” ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันที่กรุงปักกิ่ง เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ และเชื่อจะปิดลงอย่างน่าประทับใจในวันที่ 20 กุมภาพันธ์  ตามสไตล์ของจีนที่เล็กๆไม่  แต่ถ้าเป็นงานที่ต้องเผยแพร่ภาพไปทั่วโลกย่อมต้องให้ยิ่งใหญ่อลังการ

จบงานนี้จีนจะยังเป็นเจ้าภาพ “พาราลิมปิกฤดูหนาว 2022”  มหกรรมกีฬาฤดูหนาวระดับนานาชาติสำหรับนักกีฬาผู้มีความพิการในวันที่ 4-13 มีนาคม  ที่กรุงปักกิ่งเช่นเดิม

ในด้านการแข่งขันจีนย่อมไม่ได้หวังกอบโกยเหรียญรางวัลอย่างโอลิมปิกฤดูร้อน  เพราะกีฬาฤดูหนาวเป็นความถนัดของประเทศในยุโรปและอเมริกามากกว่า  แต่สิ่งที่จีนคาดหวังคือภาพพจน์ของประเทศที่สามารถเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับสากล  ดังเช่นที่เคยจัดโอลิมปิกฤดูร้อนมาแล้วในเดือนสิงหาคมปี 2008 ได้อย่างสมบูรณ์แบบและยังเป็นที่ยกย่องของทั่วโลก

แม้ว่าโอลิมปิกฤดูหนาวครั้งนี้จะมีการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาแทรกแซง  เมื่อ โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการทูต ไม่ส่งผู้แทนทางการทูตเข้าร่วม  ด้วยเหตุผลว่าเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีน

พร้อมกันนั้นยังกระดิกนิ้วเรียกพันธมิตรผู้ซื่อสัตย์อย่าง  ออสเตรเลีย  สหราชอาณาจักร และแคนาดาให้เข้าร่วมขบวนการบอยคอตด้วยข้ออ้างปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชน

การที่ 4 ชาติพันธมิตรจงใจหักหน้าเจ้าภาพไม่ส่งผู้แทนรัฐบาลหรือนักการทูตเข้าร่วมพิธีเปิด  จึงทำให้ภาพของ วลาดิเมีย ปูติน ประธานาธิบดีของรัสเซีย ที่เดินทางไปเข้าร่วมพิธีเปิดและมีนัดเจรจาความเมืองกับสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีน กลายเป็นภาพที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกอีกครั้ง  สะท้อนถึงความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นของ 2 ผู้นำ 2 มหาอำนาจ

สี จิ้นผิง  กับ  วลาดิเมีย ปูติน

 

สี เรียกปูตินว่า “เพื่อนที่ดีที่สุด

ปูติน เรียกสีว่า “เพื่อนรัก

นักวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศชี้ว่า  จีนกับรัสเซีย มีประวัติศาสตร์ร่วมกันที่เคยเป็นทั้งมิตร และศัตรูกันมาในอดีต  แต่วันนี้ท่าทีของสองผู้นำที่แสดงต่อกัน  ข้อตกลงความร่วมมือที่ทำร่วมกันน่าจะบอกกล่าวกับชาวโลกโดยเฉพาะ “กลุ่มชาติพันธมิตรตะวันตก”ที่รวมหัวกันรุมกินโต๊ะจีนและรัสเซียว่า  วันนี้ “หมี กับ มังกร” มีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 70 ปี  และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับแก๊ง “อินทรี- สิงโต- จิงโจ้ และ บีเวอร์”

ที่กรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดี สี และประธานาธิบดี ปูติน อาศัยความสนใจของชาวโลกที่ติดตามงานโอลิมปิกฤดูหนาว ออกแถลงการณ์ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์เพื่อต่อต้านการขยายอิทธิพลขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) และถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและชาติตะวันตก

แถลงการณ์ระบุว่าความร่วมมือของสองประเทศไม่มีขีดจำกัด  อาทิด้านอวกาศ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ  ปัญญาประดิษฐ์  การควบคุมอินเทอร์เน็ต

จีนและรัสเซียรู้ดีว่าต้องร่วมกันรักษาและปกป้องผลประโยชน์ของชาติ  ร่วมกันหายุทธวิธีรับมือกับมาตรการกดดันหรือคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ  รวมถึงการโต้กลับและท้าทายการแสดงความเป็นผู้นำโลกของสหรัฐฯ

เรื่องของจีนกับแรงกดดันจากสหรัฐฯและพันธมิตรตะวันตกเคยเขียนถึงมาหลายครั้ง  ขอสรุปอย่างย่อๆว่าในยุคโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดสงครามการค้ากับจีนเป็นหลักเพราะสหรัฐฯขาดทุนการค้ามหาศาล  ต่อมายุคโจ ไบเดน ได้หยิบยกเอาเรื่องเก่าอย่างการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเขตซินเจียงและทิเบต  การปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง  เรื่องทะเลจีนใต้

วันนี้ขอให้น้ำหนักกับรัสเซียว่าในอดีตนั้น “สหภาพโซเวียต”เคยเป็นชาติที่ทรงอำนาจของโลก  แต่ผลของสงครามเย็นและการบ่อนทำลายจากโลกตะวันตกทำให้สหภาพโซเวียตล่มสลายในปี 1991 กลายเป็น 15 ประเทศเอกราช  คงเหลือ “รัสเซีย”ที่ยังเป็นหัวหอกคานอำนาจสหรัฐฯและกลุ่มชาติตะวันตกที่ยังแผ่อิทธิพลไม่หยุดยั้ง  และทุกวันนี้ก็ยังไม่เลิกลาที่จะเล็งเป้าหมายการโจมตีมายังรัสเซียและปูติน ซึ่งเป็นก้างขวางคอชิ้นโตในการขยายอิทธิพลมายังยุโรปตะวันออก

รัสเซียเจอข้อหาเดียวกับจีนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน  เช่นกรณี ศาลสูงสุดของรัสเซียสั่งปิด Memorial ซึ่งเป็นองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนด้วยข้อหารับเงินสนับสนุนจากชาติตะวันตกเป็น “ภัยต่อสาธารณะ”และบ่อนทำลายรัสเซีย

หรือกรณีสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR)  เคยเสนอรายงานระบุว่ากองทัพรัสเซีย มีพฤติกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงในดินแดนไครเมีย  จับกุมคุมขังผู้ต้องสงสัยโดยไม่มีการสอบสวน  ทรมานเพื่อบังคับให้รับสารภาพ

โจ  ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

 

ตอนที่ไบเดนกับทรัมป์กำลังแข่งขันหาเสียงตำแหน่งประธานาธิบดี  สื่ออเมริกันตีข่าวว่ารัสเซียแทรกแซงการเมืองในสหรัฐฯโดยการช่วยเหลือโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ได้นั่งเก้าอี้ทำเนียบขาวต่อเป็นสมัยที่ 2

ก่อนหน้านี้รัสเซียเจอข้อกล่าวหาที่รุนแรงว่า  หน่วยงานด้านความมั่นคงรัฐบาลกลางสหรัฐฯสืบพบการเจาะล้วงข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯหลายแห่ง โดยรัสเซียอยู่เบื้องหลังปฏิบัติการทางไซเบอร์ครั้งนี้

มาถึงสถานการณ์ปัจจุบันรัสเซียตกเป็นจำเลยของสหรัฐฯแอนด์เดอะแก๊งอีกครั้งด้วยข้อกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมจะรุกรานประเทศยูเครน  เพราะมีการเกณฑ์กำลังพลนับแสนนายและเคลื่อนย้ายอาวุธยุทโธปกรณ์ไปยังชายแดน

กองทัพรถถังของรัสเซีย

 

ไบเดน ได้โชว์ความเป็นตำรวจโลกคุยตรงกับปูติน  พร้อมขู่จะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและอื่นๆหากรัสเซียยกทัพเข้ายูเครน  ขณะที่ปูตินบอกกล่าวกับชาวโลกว่า  สหรัฐฯพยายามดึงรัสเซียเข้าทำสงคราม

วันนี้ภาพของจีนกับรัสเซียดูเหมือนมหามิตรที่ต้องยืนเอาหลังพิงกันเพื่อต่อสู้กับศัตรูที่กำลังห้อมล้อม

ยิ่งสหรัฐฯกับชาติพันธมิตร  ไม่ว่าจะเป็นG7 หรือกลุ่ม AUKUS รวมหัวกันบีบจีนและรัสเซียมากขึ้นเท่าไหร่  ก็ยิ่งทำให้ จีน-รัสเซีย ยิ่งต้องจับมือกันให้แน่นขึ้นเท่านั้น  เพราะรู้ดีว่างานนี้รวมกันเราอยู่  แยกกันอยู่เราตายแน่ๆ

 

………………………………………………………………………………………………………………………………………

หมายเหตุ : ลงตีพิมพ์ในคอลัมน์โลกของจีน  หนังสือพิมพ์ อปท.นิวส์  ปีที่ 16 ฉบับที่ 374 วันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *