24/07/2024

BLC โชว์ศักยภาพ ในงาน CPHI South East Asia 2024 เปิดตัวนวัตกรรมสมุนไพรไทยและยาสามัญใหม่

 

บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ BLC) ยกทัพผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ยานวัตกรรมสมุนไพรไทยจากศูนย์วิจัย BLC Research Center เข้าร่วมงาน CPHI South East Asia 2024 เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มยารักษาโรคผิวหนัง และ ครีมกันแดด MOMOR TRIPLE SUNCARE PERFECT UV SUNSCREEN SPF 50+ PA  บุกตลาดครึ่งปีหลัง ตอกย้ำผู้นำธุรกิจผลิตและจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร

 

 

ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) หรือ BLC ผู้ผลิต และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาแผนปัจจุบัน ประเภทยาสามัญ และยาสามัญใหม่ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์ยาสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพครบวงจร ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์อื่นๆ เปิดเผยว่า งานมหกรรม CPHI South East Asia 2024 เป็นงานแสดงสินค้า เทคโนโลยี และการประชุมด้านอุตสาหกรรมการผลิตยา ครบวงจรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคม 2567 ณ ฮอลล์ 1-3 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ จะช่วยให้ผู้ประกอบการได้อัปเดตและแลกเปลี่ยนนวัตกรรมกับพันธมิตร รวมถึงพบปะคู่ค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างการเติบโตร่วมกันในอุตสาหกรรม โดยครั้งนี้ BLC เข้าร่วมงานเป็นครั้งที่ 4 เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมต่างๆ นำโดยกลุ่มยาแผนปัจจุบัน และนวัตกรรมสมุนไพรจากศูนย์วิจัย BLC Research Center จากความมุ่งมั่นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ภายใต้เทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่บริษัทฯ และอุตสาหกรรมยา พร้อมร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) มุ่งเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BLC กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตดีขึ้นจาก 5% ต่อปีในช่วงปี 2562-2565 มาเป็น 6-7% ต่อปี ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือคิดเป็นมูลค่าตลาดในปี 2570 ที่ราว 3.2 แสนล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ของประเทศไทย และเทรนด์การหันมาใส่ใจสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ สัดส่วนของคนไทยที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความต้องการยาสำหรับการรักษาต่อเนื่อง โดยเฉพาะยาสามัญซึ่งมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับยาต้นแบบและมีราคาถูกกว่ายานำเข้าค่อนข้างมาก ซึ่งจะช่วยให้คนไทยเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากขึ้น รวมทั้งการเร่งส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมยาในประเทศ เพื่อรองรับศักยภาพการเติบโต และผลักดันการผลิตเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะในภูมิภาคอาเซียนซึ่งมีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต

อย่างไรก็ตาม BLC ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ตามแผนงานที่วางไว้ การสร้างการรับรู้ของแบรนด์ (Brand Awareness) รวมทั้งการดำเนินกิจกรรมการตลาดเชิงรุกทั้งออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มบริษัทฯ วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ยารักษาโรคผิวหนังที่เกิดจากการติดเชื้อราที่มีอาการอักเสบ และ/หรือมีอาการคันร่วมด้วย โดยมีเป้าหมายระยะสั้นหลังจากการวางจำหน่ายในช่วงเดือนพฤษภาคม – ธันวาคม 2567 ที่ส่วนแบ่งการตลาด 5.9% และในปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดจะโตเพิ่มอีก 5%

 

 

ในขณะเดียวกันบริษัทฯ เล็งเห็นถึงการเติบโตของตลาดครีมกันแดดในประเทศไทย จึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องสำอาง โดยวางจำหน่ายครีมกันแดด MOMOR TRIPLE SUNCARE PERFECT UV SUNSCREEN SPF 50+ PA++++ ซึ่งเป็นครีมกันแดดแบบ Hybrid มีคุณสมบัติป้องกันแสงแดด คุมมัน พร้อมบำรุง มีส่วนผสมเข้มข้นจากสารสกัดเมล็ดฟักข้าว ที่สกัดด้วยกรรมวิธีพิเศษ จากการพัฒนาและคิดค้นสูตรโดยทีมนักวิจัย ด้านผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง  ผ่านการนำสมุนไพรมาผสมผสาน มีความอ่อนโยนต่อผิว โดยใช้นวัตกรรมการสกัดสารด้วยเทคนิค Supercritical Fluid Extraction (SFE) เพื่อให้ได้สารสกัดในปริมาณที่เข้มข้น เพื่อดูแลและบำรุงผิวคนไทยและคนเอเชียโดยเฉพาะ พร้อมสร้างการเติบโตด้วยกลยุทธ์ 4P ทั้งในแง่ของ Product จากสารสกัดเมล็ดฟักข้าวและประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ Price กลยุทธ์การตั้งราคาที่เหมาะสม สามารถสร้างความสามารถในการแข่งขันได้ Promotion เพื่อส่งเสริมการขายให้ผู้บริโภครู้จักผลิตภัณฑ์ สร้างความนิยมและกลับมาซื้อซ้ำ และ Place มุ่งเน้นการจัดจำหน่ายทางช่องทางออนไลน์เป็นหลักในช่วงแรกเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และมีแผนจะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสู่โมเดิร์นเทรด อาทิ Drug store, Watson และ EveandBoy เป็นต้น

“BLC มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพจากสมุนไพรไทย โดยผสานภูมิปัญญาไทยกับเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เหมาะสม การเข้าร่วมงาน CPHI South East Asia 2024 ในครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของสมุนไพรไทยในเวทีโลก และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ (Medical Hub) ในภูมิภาค” ภก.สุวิทย์ กล่าว

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *