30/11/2021

หวั่น “ออสเตรเลีย” เจอโควิดรอบใหม่หลังเปิดประเทศ

 

ซิดนีย์,  คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเซาธ์เวลส์ (UNSW) ของออสเตรเลีย เตือนว่าการผ่อนปรนกฎระเบียบทางสุขภาพอย่างเต็มรูปแบบอาจทำให้จำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายใหม่ในออสเตรเลียเพิ่มขึ้นทันทีที่หลายเมืองเริ่มเปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงปลายปีนี้

แบบจำลองการศึกษานำโดยมาร์ค ฮันลี จากศูนย์วิจัยคลังข้อมูลขนาดใหญ่ทางสุขภาพแห่งมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเผยแพร่ผ่านวารสารการแพทย์แห่งออสเตรเลีย (Medical Journal of Australia) คาดการณ์ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ในแผนกผู้ป่วยหนักจะพุ่งสูงสุดถึง 2,000 ราย หลังเปิดประเทศ

ยอดผู้ป่วยโรคโควิด-19 อาการรุนแรงที่รักษาตัวในแผนกผู้ป่วยหนักทั่วออสเตรเลียรวมอยู่ที่ 293 ราย เมื่อนับถึงวันที่17 ตุลาคม

“ภูมิคุ้มกันหมู่ต่อโรคโควิด-19 เป็นเรื่องที่ทำได้ยากในออสเตรเลีย และการฉีดวัคซีนจำนวนมากไม่น่าจะป้องกันโรคโควิด-19 ได้อย่างสมบูรณ์”  เป็นความเห็นจากแบบจำลองการศึกษา ซึ่งประเมินจากตัวแปร 3 ประการ ได้แก่ ความสามารถแพร่เชื้อ ความรวดเร็วในการฉีดวัคซีน และขอบเขตของการเปิดพรมแดน

ฮันลีกล่าวว่าแบบจำลองการศึกษาแสดงความเป็นไปได้ที่จำนวนผู้ป่วยใหม่และผู้ป่วยเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ สายพันธุ์เดลตา ซึ่งมีอัตราการแพร่เชื้อ (R Number) สูงถึง 7.0 เทียบกับสายพันธุ์อัลฟา ซึ่งอยู่ที่เพียง 3.5

แม้อัตราการฉีดวัคซีนในประชากรผู้ใหญ่จะมากกว่าร้อยละ 80 แต่ออสเตรเลียควรดำเนินมาตรการด้านสุขภาพต่อไป ซึ่งอาจรวมถึงสวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม และจำกัดจำนวนนักเดินทางขาเข้า พร้อมเสริมว่าผู้กำหนดนโยบายไม่ควรใช้เกณฑ์การฉีดวัคซีนมายกเลิกข้อจำกัดบางประการ

“พวกเขาควรตระหนักว่าการฉีดวัคซีนจำนวนมากไม่มีแนวโน้มว่าจะป้องกันโรคโควิด-19 ได้อย่างสมบูรณ์ และระบบสุขภาพจะเผชิญความเสี่ยงต่อเนื่องหากยังคงตรวจพบห่วงโซ่การแพร่เชื้อในท้องถิ่นหรือเดินหน้าเปิดพรมแดนระหว่างประเทศ ท่ามกลางข้อจำกัดการติดต่อทางสังคมที่ลดลง”

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดชี้ว่าร้อยละ 68.33 ของประชากรอายุ 16 ปีขึ้นไปในออสเตรเลียได้รับวัคซีนครบโดส และร้อยละ 84.79 ได้รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *