23/07/2024

เศรษฐกิจ-อสังหาฯ ไทยวิเคราะห์จากราคาอาหาร

 

ในยุคลุงตู่หรือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังรัฐประหาร 9 ปี (พฤษภาคม 2557-2566) ราคาอาหารเพิ่มขึ้น 77%% หรือเท่ากับเพิ่มขึ้นปีละ 6.6% ซึ่งสูงกว่าตัวเลขเงินเฟ้อของทางราชการ  แสดงว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของทางราชการไม่ได้ผลเท่าที่ควร มาถึงยุคเศรษฐา ราคาอาหารเพิ่มขึ้นเป็น 4.9% ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ราคาอาหารเพิ่ม ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยลดลงไปได้

ทั้งนี้ล่าสุดราคาอาหารรอบ 1 ปี (พฤษภาคม 2566 – พฤษภาคม 2567) เพิ่มขึ้น 4.9% แต่เมื่อดูภาพรวม 9 ปีหลังรัฐประหาร (พฤษภาคม 2557-2566)  ราคาอาหารขึ้น 77% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 6.6%  ส่วนตลอดระยะเวลา 9 ปีที่สำรวจ (พฤษภาคม 2555 – พฤษภาคม 2565) มีราคาเพิ่มขึ้น 105.6% หรือขึ้นปีละ 5.2% ซึ่งสูงกว่าอัตราภาวะเงินเฟ้อ แสดงถึงความฝืดเคืองทางเศรษฐกิจที่พึงจับตามอง  ทั้งนี้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ไม่ได้สำรวจเพราะการระบาดของโควิด-19 ทำให้สำรวจกันในเดือนมิถุนายนแทน  ส่วนในปี 2565 กลับมาสำรวจในเดือนพฤษภาคมเช่นทุกปี

ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้จัดทำราคาอาหาร โดยถือเป็นดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ  ทั้งนี้ ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ฯ ได้ริเริ่มจัดทำการสำรวจราคาอาหารในทุกรอบครึ่งปี โดยที่ผ่านมาได้ทำการสำรวจดำเนินการใน 20 ครั้ง แต่ในระยะหลังทำการสำรวจในรอบปี ดังนี้

ครั้งที่ 1 วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2555

ครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2555

ครั้งที่ 3 วันอังคารที่ 14 พฤษภาคม 2556

ครั้งที่ 4 วันจันทร์ 11 พฤศจิกายน 2556

ครั้งที่ 5 วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤษภาคม 2557 และ

ครั้งที่ 6 วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2557

ครั้งที่ 7 วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2558

ครั้งที่ 8 วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน 2558

ครั้งที 9 วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2559

ครั้งที่ 10 วันพุธที่ 16 พฤศจิกายน 2559

ครั้งที่ 11 วันจันทร์ที่ 15 พฤษภาคม 2560

ครั้งที่ 12 วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน 2560

ครั้งที่ 13 วันพุธที่ 31 พฤษภาคม 2561

ครั้งที่ 14 วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ครั้งที่ 15 วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562

ครั้งที่ 16 วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2563

ครั้งที่ 17 วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2564

ครั้งที่ 18 วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2565

ครั้งที่ 19 วันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม 2566

ครั้งที่ 20 วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2567

 

การสำรวจนี้ดำเนินการเฉพาะในพื้นที่สีลม-สุรวงศ์ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางธุรกิจหรือ Central Business District (CBD) ของประเทศไทย และมีคนทำงานในสำนักงานเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้โดยมีสมมติฐานว่าราคาอาหารในย่านนี้น่าจะเป็นราคามาตรฐานเพราะเป็นในใจกลางเมือง ในบริเวณอื่นน่าจะถูกกว่านี้ ยกเว้นในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้ไปท่องเที่ยวเป็นครั้งคราว  การสำรวจพื้นที่สีลม จึงถือเป็นตัวแทนสำคัญสำหรับกรุงเทพมหานครและประเทศไทยโดยรวม
การสำรวจนี้ ดร.โสภณ เดินสำรวจซ้ำตามร้านเดิมที่เคยสำรวจไว้จำนวน 20 กว่าบริเวณ บางบริเวณเป็นร้านอาหารร้านเดียว บางบริเวณเป็นศูนย์อาหาร พร้อมบันทึกถ่ายภาพนิ่ง และวีดีทัศน์ประกอบ และในบางบริเวณมีร้านค้าเพิ่มขึ้นหรือลดลงตามห้วงเวลาอีกด้วย โดยแต่ละครั้งที่สำรวจใช้เวลาในการเดินไม่เกิน 2 ชั่วโมงในช่วงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน

ผลการสำรวจทั้ง 20 ครั้งที่ผ่านมา แสดงไว้ในตารางต่อไปนี้:

 

 

โดยสรุปพบว่าราคาอาหารเฉลี่ย เช่น ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว เพิ่มขึ้นจาก 31.0 บาทในเดือนพฤษภาคม 2555 เป็น 31.8 บาทในเดือนพฤษภาคม 2556 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2557 เพิ่มเป็น 34.3 กลายเป็น 36.1 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2557 กลายเป็น 38.4 บาทในเดือนพฤษภาคม 2558  เป็น 40.0 บาทในเดือนพฤศจิกายน 2558  เป็น 41.7 ในเดือนพฤษภาคม 2559 เป็น 43.1 ในเดือนพฤศจิกายน 2559  ในเดือนพฤษภาคม 2560 เป็น 45.7 บาท  ในเดือนพฤศจิกายน 2560 เพิ่มเป็น 47.1 บาท ในเดือนพฤษภาคม 2561 เพิ่มเป็น 48.1 บาท  ในเดือนพฤศจิกายน 2561 เพิ่มเป็น 49.0 บาท  ในเดือนพฤษภาคม 2562 เพิ่มเป็น 50.2 บาท เดือนพฤษภาคม 2563 เพิ่มขึ้นเป็น 51.4 บาท เดือนมิถุนายน 2564 เพิ่มเป็น 53.5 บาท  เดือนพฤษภาคม 2565 เพิ่มเป็น 57.0 บาท ส่วนล่าสุดเดือนพฤษภาคม 2567 เพิ่มเป็น 63.8 บาทโดยเฉลี่ย

หากคิดเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจะพบว่า ในรอบ 1 ปีล่าสุด (พฤษภาคม 2566 – พฤษภาคม 2567) ราคาอาหารเพิ่มขึ้นสูงมากถึง 4.9% แตกต่างจากช่วงปี 2565-2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นไม่มากนักคือเพิ่ม 6.6% ทั้งนี้เพราะในช่วงปี 2564 มีการระบาดของโควิด-19 เป็นอันมาก ทำให้การจับจ่ายน้อยลง  เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ราคาสินค้าไม่เพิ่มขึ้น ต่างจากปี 2566 ที่ราคาน้ำมันและค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน  ทำให้ราคาสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นตามลำดับ

 

 

เมื่อประเมินจากภาพรวมสะสม 13 ปี (พฤษภาคม 2555 – พฤษภาคม 2567) ราคาเพิ่มจาก 31.0 บาท เป็น 60.8 บาท หรือเพิ่มขึ้น 96%  และหากคิดเป็นการเพิ่มขึ้นต่อปี ก็เท่ากับเพิ่มขึ้นประมาณ 6.3% ต่อปี ซึ่งถือว่าสูงพอสมควร เพราะสูงกว่าอัตราภาวะเงินเฟ้อ  ราคาอาหารล่าสุด ณ เดือนพฤษภาคม 256 หรือเป็นเวลา 9 ปีหลังรัฐประหารเมื่อพฤษภาคม 2557 เพิ่มขึ้น 77%% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 6.6% ซึ่งถือว่าสูงขึ้นมาก  หากเทียบกับก่อนรัฐประหารในช่วงเดือนพฤษภาคม 2555-2557 ปรากฏว่าราคาอาหารเพิ่มขึ้นเพียง 10.7% หรือเพิ่มขึ้นปีละ 5.2% ต่ำกว่าช่วงหลังรัฐประหาร  ดังนั้นในยุคก่อนรัฐประหาร ราคาอาหารเพิ่มขึ้นน้อยกว่าช่วงหลังรัฐประหารอย่างชัดเจน ส่วนในปีแรกของรัฐบาลเศรษฐาเพิ่มขึ้น 4.9%

มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า อาจมีบางบริเวณ เช่น เมืองท่องเที่ยว หรือเมืองอุตสาหกรรมที่มีการปรับเพิ่มของราคาขายมากกว่านี้ หรือสำหรับรายการอาหารแบบฟาสต์ฟูด ก็อาจปรับราคาเพิ่มขึ้นตามอำเภอใจโดยไม่ได้มีการควบคุม แต่สำหรับประชาชนกันเอง ย่อมมีความเห็นใจและถ้อยทีถ้อยอาศัยกันตามสมควร จึงทำให้แทบไม่มีการปรับราคาขาย  แต่ระยะหลังจากที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ทำให้การเพิ่มราคาอาหารเกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ในกรณีนี้บางท่านอาจตั้งข้อสังเกตว่า แม้ราคาไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณอาจจะลดน้อยลง แต่จากการสังเกตก็พบว่า ปริมาณก็อาจลดลงบ้าง อย่างไรก็ตามก็ยังอาจมีบางท่านให้ข้อสังเกตว่า แม้บางร้านปริมาณจะคงเดิม แต่คุณภาพก็อาจลดลง แต่ข้อนี้ ผู้สำรวจคงไม่สามารถไปตรวจสอบในรายละเอียดในระดับนั้น และคงอยู่ที่วิจารณญาณของทุกท่านที่พิจารณาผลการสำรวจนี้ ผู้ค้าบางรายกล่าวว่า  ไม่สามารถขึ้นราคาอาหารได้เพราะคนซื้อไม่มีกำลังซื้อเท่าที่ควร ทั้งที่วัตถุดิบในการทำอาหารเพิ่มขึ้นก็ตาม  จะสังเกตได้ว่าร้านที่ยังพยายามยืนราคาอาหารไว้ หรือไม่ขึ้นราคา จะมีผู้เข้าคิวอุดหนุนมากเป็นพิเศษ

จากการสัมภาษณ์ผู้ค้าพบว่า สิ่งที่ส่งผลที่เด่นชัดกว่าก็คือ ค่าเช่าพื้นที่ค้าปลีกเพื่อการขายอาหาร  หากค่าเช่าแพงขึ้นมาก ก็จะทำให้ราคาอาหารเพิ่มมากขึ้น  บางแห่งเช่าพื้นที่ขนาดประมาณ 18 ตารางเมตร เป็นเงินถึง 60,000 บาทต่อเดือน (ตรม.ละ 3,333 บาท) ดังนั้นรัฐบาลหรือกรุงเทพมหานคร อาจช่วยจัดหาพื้นที่ค้าขายในราคาถูก เพื่อให้ผู้ค้าสามารถยืนหยัดขายในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าครองชีพแก่ประชาชน

และด้วยเหตุที่ค่าเช่าพื้นที่ขายแพง  ก็เลยมีร้านอาหารประเภท “อาหารกล่อง” คือให้ผู้ซื้อๆ กลับไปรับประทานที่อื่น จึงประหยัดค่าเช่าได้มาก ถือเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญ และตามศูนย์อาหารต่างๆ  ก็พบว่า ร้านค้าหลายแห่งหายไป  บางแห่งปิดร้านไปตั้งแต่ช่วงโควิดเมื่อ 1-2 ปีก่อน (2563-2564) อย่างไรก็ตามร้านค้าที่ปิดไปส่วนมาก เพิ่งปิดในช่วงปี 2564-2565 นี้เอง  ในการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 ร้านค้าบางแห่งก็ยังซบเซาอยู่

การที่รัฐบาล คสช. ต่อเนื่องถึงรัฐบาลประยุทธ์หลังเลือกตั้ง ใช้ความพยายามอย่างยิ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ราคาอาหารกลับเพิ่มขึ้น 77% ในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ความพยายามอาจจะยังไม่สัมฤทธิผลมากนัก แต่เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองมาก ประชาชนทั่วไปต่าง “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ในช่วงโควิด-19 ทำให้การเพิ่มขึ้นของราคาในช่วงปี 2563-64 เพิ่มขึ้นในอัตราเพียง 4.0% แต่สำหรับปี 2567 เพราะการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน และค่าไฟฟ้า ทำให้ราคาอาหารถีบตัวสูงขึ้นถึง 4.9% ในปีล่าสุด (2566-2567)

ราคาอาหารในปี 2567-2568 น่าจะยังถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่เศรษฐกิจและอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยก็ยังไม่ได้กระเตื้องขึ้นนักแต่เงินเฟ้อจะสูงมาก โดยดูจากราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า อัตราดอกเบี้ย ราคาวัสดุก่อสร้างก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ราคาอาหารก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง อุปสงค์ที่อยู่อาศัยอาจไม่ฟื้นตัว

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *