02/08/2021

ทีมเศรษฐกิจ ปชป.จี้คลังเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กระตุ้นเศรษฐกิจสู้พิษโควิด-19 ระลอกใหม่ ปรับแก้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ลดอุปสรรคในการเบิกจ่าย

 

 

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แนะรัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ กระตุ้นเศรษฐกิจแก้พิษโควิด-19 ระลอกใหม่ และชวนคนไทยสร้างการออม เตรียมพร้อมรับวิกฤติ พร้อมเสนอ 5 แนวทางเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างมียุทธศาสตร์ ตามที่ทีมเศรษฐกิจ ปชป. ได้เคยเสนอไปแล้วว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจคือ “การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่มีอยู่แล้ว” อาทิ พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทและงบอื่น ๆ ซึ่งตอนนี้มีเหลือกว่า 2.6 แสนล้านบาท โดยนายปริญญ์ ได้มีข้อเสนอ ดังนี้

1.การสร้างงาน เสริมทักษะสมรรถนะของคน ในรูปแบบ Up Skill และ Re Skill เนื่องจากคนไทยยังต้องอยู่กับโควิด-19 อีกนาน และรูปแบบการทำงานได้เปลี่ยนไปแล้ว รัฐบาลสามารถลงมือทำได้เลยผ่านกลไกกระทรวงต่าง ๆ

2.การช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) หรือสตาร์ทอัพ โดยการสนับสนุนเงินเดือนหรือรายได้ส่วนหนึ่งให้กับบริษัทขนาดเล็ก เพื่อให้สามารถดูแลพนักงานต่อไปได้ ไม่ปลดคนงาน จนทำให้เกิดคนว่างงานเพิ่มขึ้นในอนาคต รวมถึงมาตรการในการลดรายจ่ายเช่นภาษี

3.นำข้อมูลด้านดิจิทัลมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากปัจจุบันมีการเก็บข้อมูลทางดิจิทัลจากโครงการของรัฐมากขึ้น เช่น เราชนะ คนละครึ่ง เป็นต้น ภาครัฐควรนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ อาทิ ถือโอกาสนี้นำร้านค้าเอสเอ็มอีเข้ามาในระบบภาษีมากขึ้น แล้วร้านค้าที่จ่ายภาษีถูกต้องตามกฎหมาย ก็ควรจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าในการสนับสนุนโปรโมชันให้ประชาชนนำเงินไปซื้อสินค้าของ SMEsเหล่านั้นและนําไปหักลดหย่อนภาษีได้ในรูปแบบ “ไทยต้องช่วยซื้อไทย” สนับสนุนสินค้าไทยที่ดีและทำถูกกฎหมาย ส่งเสริมการเรียนรู้งานด้านออนไลน์ การทำคูปองสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือให้เกษตรกรได้เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการทำเกษตรกรรม

4.พิจารณาปรับปรุง พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง หรือยกเลิกบางมาตราที่เป็นอุปสรรคในการเบิกจ่าย แต่ยังคงต้องตรวจสอบความโปร่งใสอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ฝ่ายราชการสามารถเร่งอนุมัติโครงการที่จำเป็นได้โดยเร็วที่สุด

5.คงมาตรการในการลดภาระค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่รัฐวิสาหกิจต้องยอมอุดหนุนค่าใช้จ่าย เพื่อลดภาระให้กับภาคประชาชน ควบคู่ไปกับการสร้างรายได้

ด้านนางดรุณวรรณ กล่าวว่าที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือรัฐยังจำเป็นต้องสนับสนุนการให้องค์ความรู้ด้านการออม แม้ตอนนี้รายได้คนส่วนใหญ่น้อยลง การออมอาจทำได้ยาก แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม ภาครัฐควรช่วยสร้างองค์ความรู้ทางการเงินให้กับประชาชน

“ในวิกฤตผู้ที่อยู่รอด คือผู้ที่มีเงินออม การออมคือส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมรับมือกับภาวะวิกฤตในระยะยาว รวมทั้งสามารถพึ่งพาตนเองได้โดยไม่ต้องรอการช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว เป็นที่น่ายินดีว่าภาครัฐโดยกระทรวงการคลังมีแผนการออมแห่งชาติอยู่แล้วและถือเป็นวาระแห่งชาติ และได้มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เยาวชนจนถึงวัยเกษียณอายุ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพียงแต่อยากให้ตระหนักถึงความสำคัญและผลักดันเรื่องนี้ควบคู่กับไปกับการแก้ไขปัญหาระยะสั้นด้วย” นางดรุณวรรณ กล่าว

อย่างไรก็ตามการจะออมที่มากขึ้น ต้องมาจากการที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ดังนั้นโครงการที่ทีมเศรษฐกิจ ปชป. รวมถึงพรรค ปชป. ได้ทำผ่านกระทรวงต่าง ๆ จึงคิดไว้ค่อนข้างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรียนจบพบงาน ที่เปิดตัวมา ปีกว่าแล้ว เป็นช่องทางที่จะช่วยให้คนมีงานทำ ช่วยอัพสกิลและรีสกิลให้คนมีศักยภาพมากขึ้น เพื่อให้มีโอกาสได้งานที่รายได้สูงขึ้น โครงการ Women Power ปชป. ที่เดินหน้าลงพื้นที่ให้องค์ความรู้ด้านการวางแผนทางการเงิน แก่กลุ่มผู้หญิงและกำลังจะขยายไปสู่ทุกคนในสังคมด้วย

“สุดท้ายนี้ ขอส่งกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังทำหน้าที่อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นผู้เสียสละอย่างมาก อยากให้คนไทยดูแลตัวเองตามมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และขอให้ทุกคนปลอดภัย” นายปริญญ์กล่าว

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *