23/01/2022

ธุรกิจอาบอบนวดยังมีอนาคตอันสดใส

 

ธุรกิจเป็นธุรกิจที่ดีมีอนาคต ดร.โสภณฟันธง ธุรกิจอาบอบนวดมีมูลค่ามหาศาล ถ้าทำให้ถูกกฎหมาย จะคุ้มครองประโยชน์ของประชาชน และนำเงินภาษีมาพัฒนาประเทศได้มหาศาล

เมื่อเร็วๆ นี้มีข่าวว่า “ฮือฮา! โฆษณาประกาศขายอาบอบนวด ย่านปิ่นเกล้า ราคา 470 ล้านบาท ยันธุรกิจถูกกฎหมายทุกอย่าง มีรายได้เข้าทุกวัน กำไร 3-6 ล้านต่อเดือน. . .มีทีมงานบริหารเดิมพร้อมดูแล หรือถ้าไม่อยากบริหารเอง เรามีผู้พร้อมเช่าบริหาร 2 ล้าน/เดือน. . .ทรัพย์สินประกอบด้วยที่ดินปลอดภาระ ติดถนนอรุณอมรินทร์ทำเลทอง 3 ไร่เศษ อาคารสถานบันเทิงครบวงจร 5 ชั้น 3 หลัง ใบอนุญาตสถานบริการอาบอบนวด 104 ห้อง ใบอนุญาตประกอบกิจการคาเฟ่ขนาดใหญ่ 50 โต๊ะ สาเหตุที่ขายเพราะเจ้าของสูงอายุ และไม่มีผู้สืบทอดกิจการ เสนอขายที่ 470 ล้านบาท. . .”

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ซึ่งเป็นผู้ประเมินค่าทรัพย์สินอาบอบนวดหลายแห่งในอดีต รวมทั้งศึกษาธุรกิจบันเทิงมาโดยตลอด ให้ข้อสังเกตว่าที่ว่ารายได้ที่ว่า 3-6 ล้านบาทต่อเดือนนั้นคงเป็นรายได้ก่อนเกิดโควิด เพราะหลังจากปิดโควิดมาเกือบ  2 ปี ก็ไม่มีรายได้มาโดยตลอด และถึงแม้มีรายได้จริง ก็คงได้กำไรสุทธิไม่ถึง 3-6 ล้านบาท  แต่ที่ว่า “มีผู้พร้อมเช่าบริหาร 2 ล้านบาท/เดือน” นั้น หากถือเป็นรายได้สุทธิที่ 80% ของค่าเช่านี้ ก็เป็นเงิน 1.6 ล้านบาทต่อเดือน หรือมีกำไรปีละ 19.2 ล้านบาท หรือมีผลตอบแทนเบื้องต้นปีละ 4.08% ซึ่งก็นับว่าเป็นรายได้ที่สูงพอสมควร แต่ก็อาจมีความไม่แน่นอนของกระแสเงินสด

หากพิจารณาเบื้องต้นจากราคา 470 ล้านบาทสำหรับพื้นที่ 3 ไร่เศษบริเวณถนนปิ่นเกล้า-นครไชยศรี ก็ตกเป็นเงินตารางวาละ 391,667 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาตลาดที่ควรจะเป็นตารางวาละ 330,000 บาท แต่ก็คงต้องต่อรอง  ทั้งนี้เพราะยังมีอาคาร 5 ชั้น 3 หลัง พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งต่างๆ หากขายสิ่งเหล่านี้ออกไป เหลือเป็นเงิน 400 ล้านบาทโดยประมาณ 330,000 บาทตามราคาตลาด ดังนั้นถ้าซื้อที่ดินผืนนี้ และหากยังสามารถเปิดกิจการต่อไปได้อีก 5 ปี ก็จะได้ผลตอบแทนจากการเช่า (Return on Investment) ปีละประมาณ 4% และยังมีการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดิน (Return of Investment) อีกประมาณ 5-6% ต่อปีในทำเลนี้อีกต่างหาก จึงนับว่าคุ้มที่จะมีผู้ซื้อกิจการนี้

ที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์กล่าวว่าธุรกิจ อาบอบนวด กลายเป็นของโบราณ เดินทางมาถึงจุดจบแล้วโดยอ้างว่ามีผู้ประกอบอาชีพอิสระโดยไม่ต้องใช้สถานบริการอาบอบนวด ไม่ต้องเสียค่าหัวคิวเช่นแต่ก่อนนั้น เรื่องนี้ก็มีส่วนจริง แต่สถานประกอบการ ไม่จำเป็นต้องมี “มาม่าซัง” (คนเชียร์แขก) ก็ได้ ไม่ได้มีหัวคิวอะไรมาก เพราะเป็นค่าสถานที่เฉกเช่นโรงแรม และผู้ใช้บริการก็มีทางเลือกผู้ให้บริการมากมาย สะดวกกว่าการไปจ่ายกันเองหลายต่อ และอาจมีการหลอกลวงกันเกิดขึ้นได้ หากอาบอบนวดมีการปรับปรุงด้านการบริการระดับโรงแรม การป้องกันโรค ความปลอดภัย ก็ยังจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้แน่นอน

ในสถานประกอบการอาบอบนวดแห่งหนึ่ง อาจมีผู้ให้บริการประมาณ 50 คน หรือเป็นผู้ให้บริการรวมประมาณ 50,000 คน หากสมมติให้รายได้จากการนวดเป็นเงินคนละ 1,500 บาท โดยคนหนึ่งทำงานประมาณ 3 ครั้งต่อวัน ก็จะเป็นเงินประมาณ 82,125 ล้านบาทต่อปี แต่สำหรับผลการศึกษาเมื่อปี 2550 อาบอบนวดมีมูลค่าอยู่ที่ 23,803 ล้านบาท (http://bit.ly/2FKvX9G) อย่างไรก็ตามหากถือตามตัวเลขประมาณการล่าสุดหรือใน 10 ปีต่อมา (ปี 2560) โดยทั่วไปเจ้าของสถานที่น่าได้ประมาณ 50% ของสถานที่หรือราว 41,062.5 ล้านบาท หากสมมติต้องจ่ายส่วยหรือให้บริการฟรีแก่ “คนมีสี” ประมาณ 30% ก็คงเป็นเงิน 12,318.75  ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคม 2559 จัดเก็บภาษีสถานอาบอบนวดได้ทั่วประเทศประมาณ 10.22 ล้านบาท (http://bit.ly/2rcRR1X) หากประมาณการทั้งปีคงเป็นเงินเพียง 122.64 ล้านบาท เงินนับหมื่นล้านบาทที่หายไปก็คือเงินนอกระบบนั่นเอง หากมีการเสียภาษีถูกต้อง เงินเหล่านี้น่าจะนำมารณรงค์การไม่เที่ยวผู้หญิง/ผู้ชาย รักษาพยาบาลและป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับเพศสัมพันธ์ คุ้มครองผู้ให้และผู้ใช้บริการโดยตัดระบบการค้ามนุษย์ สร้างความโปร่งใสในธุรกิจ และทำให้สังคมมีทางระบายทางเพศ เพื่อประโยชน์ของความกลมเกลียวในครอบครัว (สำหรับคู่ครองจำนวนหนึ่ง) ฯลฯ

การมีใบอนุญาตที่ถูกต้อง มีการควบคุมการค้าประเวณีที่ถูกกฎหมาย จะช่วยให้สังคมมีสุขและไม่เกิดปัญหา ไม่ต้องกลัวว่าจะทำให้เกิดการเที่ยวใช้บริการทางเพศมากขึ้น ประเทศที่มีการค้าประเวณีถูกกฎหมาย หรือมีบ่อนถูกกฎหมาย ก็ไม่ปรากฏว่ามีการเสพกันมากขึ้นแต่อย่างใด

        คนที่ไม่อยากให้อาบอบนวดถูกกฎหมายนั้น คงทำธุรกิจผิดกฎหมาย จะได้กวาดเก็บรายได้เข้ากระเป๋าอย่างไม่ต้องเสียภาษีใดๆ  พวกนี้ “ปากคาบคัมภีร์”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *